กระทรวงคมนาคม ติดตามการดำเนินงาน ท่าเรือเชียงแสน พร้อมพัฒนาการขนส่งทางเรือแม่น้ำโขง ให้เกิดความเหมาะสม

   วันนี้ (13 พ.ย.66) ที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 ต.สบกก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย  นายสุรพันธ์ คุณากรวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.คมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) นายกริชเพชร ชัยช่วย รักษาการอธิบดีกรมเจ้าท่า นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเรือดังกล่าว ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว จากนั้นได้หารือเรื่องการพัฒนาท่าเรือให้มีการขนส่งสัตว์มีชีวิต เช่น โคกระบือ ฯลฯ โดยมีตัวแทนฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงราย นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการท่าเรือแห่งประเทศไทย ด่านศุลกากรเชียงแสน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
    นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่า หลังการประชุมและรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย กทท.จะได้เร่งพัฒนาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการใช้ท่าเรือเชียงแสนเพื่อขนถ่ายโคกระบือ เช่น กรมเจ้าท่า ด่านกักสัตว์เชียงราย ฯลฯ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ประกาศและข้อบังคับ รวมถึงป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ส่วนด่านกักสัตว์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก็จะได้หารือถึงขั้นตอนการส่งออกเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ที่ผ่านมาความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เป็นไปด้วยดี ก่อนหน้านี้ผู้ว่าการเมืองจิ่งหง มณฑลยูนนาน ได้เดินทางมาแลกเปลี่ยนข้อหารือกับ จังหวัดเชียงราย และท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน เพื่อผลักดันให้มีการขนส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ให้มากขึ้น 
    นอกจากนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้ กทท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือเรื่องระเบียบกฎหมายต่างๆ เพื่อให้ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 สามารถขนส่งสัตว์มีชีวิตได้สำเร็จต่อไป โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อติดตามความคืบหน้าด้วย 
    สำหรับท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 สร้างเสร็จเมื่อปี 2554 มีเนื้อที่ 387 ไร่ มีระบบอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า สามารถรองรับเรือขนาด 500 ตันได้พร้อมกัน 10 ลำ ล่าสุดในปี 2566 มีรายได้ 16.42 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่ายถึง 24.03 ล้านบาท แต่ยังคงมีเรือพาณิชย์เข้าใช้บริการตลอดปีทั้งสัญชาติไทย จีน สปป.ลาว และเมียนมา จำนวน 2,944 เที่ยว เพื่อขนสินค้าประเภทถั่ว เบียร์ งา น้ำมัน ข้าว ฯลฯ โดยมีปริมาณส่งออก 85,420 เมตริกตัน และนำเข้า 3,548.27 เมตริกตัน เนื่องจากท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ในระยะทางที่ห่างไกลกว่าท่าเรือเอกชนทำให้ต้นทุนสูงกว่า และไทยกับจีนซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญไม่มีพิธีสารในการขนส่งสินค้าผักและผลไม้ทางแม่น้ำโขง ซึ่งประเทศไทยไม่ได้รับสิทธิพิเศษเหมือน สปป.ลาว และเมียนมา ที่มีดินแดนติดกับจีน ดังนั้น กทท.จึงได้มีการพัฒนาหลายโครงการ เช่น โครงการเขตปลอดอากร โครงการความร่วมมือกับท่าเรือกวนเหล่ยของจีน โครงการสัตว์ส่งออกมีชีวิตดังกล่าวซึ่งวางแผนระยะยาวตั้งแต่ปี 2569-2570 โดยจะใช้พื้นที่แนวลาดฝั่งทิศใต้ของท่าเรือ จากที่ปัจจุบันมีการใช้ท่าน้ำบริเวณด่านกักสัตว์เชียงแสนเป็นสถานที่ขนถ่าย
     ด้าน น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าการพัฒนาการค้าเส้นทางแม่น้ำโขงควรทำศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าเขตปลอดอากร เพื่อรองรับการค้ากับ สปป.ลาว เมียนมา และมณฑลยูนนาน มณฑลเสฉวน และมณฑลกุ้ยโจว ของจีน ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 160 ล้านคน ส่วนการส่งสินค้าไปยังประเทศจีนสามารถใช้กรอบความร่วมมือบ้านพี่เมืองน้องเชียงราย-ยูนนาน หรือกรอบความร่วมมือแม่โขง ล้านช้าง ซึ่งในระดับรัฐบาลสามารถหารือได้ นอกจากนี้หากมีคลังน้ำมันปลอดอากรสำหรับเรือที่จะเดินทางออกไปต่างประเทศก็จะทำให้การขนส่งทางเรือแม่น้ำโขงคึกคักขึ้นเพราะใช้ต้นทุนในการขนส่งต่ำกว่า


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar