ชาวอำเภอแม่สาย และเครือข่ายภาคธุรกิจ อำเภอแม่สาย ยื่นหนังสือเรียกร้องพร้อมข้อเสนอให้ภาครัฐแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วนและจริงจัง

      วันนี้ (27 มี.ค.66) เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สาย ชาวอำเภอแม่สาย และเครือข่ายภาคธุรกิจ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างเป็นระบบทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว หลังจากที่ต้องเผชิญหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ติดต่อกันหลายวันและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชน รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยมีนายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย เป็นผู้รับเรื่อง
      นายเศวตยนต์ ศรีสมุทร รองประธานหอการค้า จังหวัดเชียงราย ตัวแทนชาวอำเภอแม่สายและเครือข่ายภาคธุรกิจ อำเภอแม่สาย ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ภาครัฐทั้งจังหวัดเชียงราย และอำเภอแม่สาย เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเร่งด่วนและจริงจัง โดยมีข้อเสนอข้อเรียกร้อง 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน สำหรับภาวะวิกฤต 1) ให้ภาครัฐประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินทันที เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน โดยให้หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นควัน PM2.5 เช่น หน้ากากอนามัย ยา เวชภัณฑ์ และเครื่องฟอกอากาศ ฯลฯ สำหรับประชาชนอย่างเร่งด่วน 2) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งหารือการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดน ซึ่งเป็นผลกระทบต่อประชาชนจากการทำการเกษตร กับรัฐฉาน ประเทศเมียนมา และ สปป.ลาว 3) ให้ จังหวัดเชียงราย แจ้งประสานประเทศเพื่อนบ้านให้ลดหรืองดการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่ทางการเกษตรในช่วงสถานการณ์คุณภาพอากาศย่ำแย่ โดยยึดตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) ซึ่งสมาชิกอาเซียนทุกประเทศได้มีการลงนามร่วมกันตั้งแต่ปี 2002 และ 4) ให้มีการเฝ้าระวังและการป้องปราม การลักลอบเผาป่าในเขตชายแดนของประเทศอย่างรัดกุม และสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมืออย่างเพียงพอให้แก่กลุ่มเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟป่า
       ส่วนระยะยาว เพื่อการแก้ไขอย่างยั่งยืน 1) ให้รัฐบาลกำหนดเกณฑ์ค่ามาตรฐานของสภาพอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อประกาศเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินให้ชัดเจน 2) ให้ จังหวัดเชียงาย และอำเภอแม่สาย จัดทำแผนรับมือสถานการณ์ผลกระทบจากปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่น PM2.5 ที่เป็นรูปธรรมและแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติของภาคส่วนต่างๆ ในอนาคต 3) ให้รัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ศึกษาผลกระทบการนำเข้าเสรี (AFTA) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลให้เกิดการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาการเผาป่าและปัญหาหมอกควันจากการเผาพื้นที่ทางการเกษตร และให้พิจารณายกเลิกอัตราการเก็บภาษีการนำข้าวโพดนำเข้าร้อยละศูนย์ 4) ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชิญผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เจรจาหารือหาทางแก้ปัญหาการเผาข้าวโพด และผลกระทบต่างๆ จากการทำการเกษตร ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน 5) ให้รัฐบาลยกระดับการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนให้เป็นปัญหาในระดับภูมิภาคอาเซียน+1 เพื่อให้มีมาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกับชาติสมาชิกอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar