
เมื่อวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังหอประชุมสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทรงเปิดการประชุมวิชาการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2566 “43 ปี การศึกษาไทยก้าวไกลด้วยพระเมตตา” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคม 2566 ยมีหน่วยงานสถานศึกษาในโครงการตามพระราชดำริ เข้าร่วมประชุมชุมสำหรับการจัดประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 9 มีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการศึกษาและการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ แก่สาธารณชน รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปฏิบัติงานโครงการตามพระราชดำริได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อพัฒนาแนวคิดและร่วมกันดำเนินงานให้บรรลุผลตามเป้าหมาย
การประชุมวิชาการประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การนำเสนอผลงานวิชาการแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาเด็กและเยาวชน นิทรรศการแสดงผลงานวิชาการ การประกวดแข่งขันทักษะวิชาการ ของนักเรียน ประกอบด้วย การวาดภาพ การเขียนเรียงความภาษาไทย การเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ และการประกวดแข่งขันโครงงาน รวมทั้งการประกวดผลงานแนวปฏิบัติที่ดีรายด้านของครู 6 ด้าน ได้แก่
1) ด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัย
2) ด้านการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา
3) ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4) ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
5) ด้านคุณธรรมและจริยธรรม
6) ด้านการส่งเสริมอาชีพ
โอกาสนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายเรื่อง “43 ปี บนเส้นทางการสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร”
โดยมีการนำเสนอผลงานวิชาการแนวปฏิบัติที่ดี ได้แก่
1) ด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัย
2) ด้านการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา
3) ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4) ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
5) ด้านคุณธรรมและจริยธรรม
6) ด้านการส่งเสริมอาชีพ
นิทรรศการแนวปฏิบัติที่ดีของสถานศึกษา 7 หน่วยงาน ดังนี้
1) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ “กิจกรรมแนวปฏิบัติที่ดีด้านคุณธรรมและจริยธรรม”
2) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน “กิจกรรมแนวปฏิบัติที่ดีด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”
3) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน “กิจกรรมแนวปฏิบัติที่ดีด้านการส่งเสริมอาชีพ”
4) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ “กิจกรรมแนวปฏิบัติที่ดีด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัย”
5) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน “กิจกรรมแนวปฏิบัติที่ดีด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น”
6) สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร “กิจกรรมแนวปฏิบัติที่ดีด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัย”
7) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น “กิจกรรมแนวปฏิบัติที่ดีด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัย”
นิทรรศการนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริ ของหน่วยงานสนับสนุน 11 หน่วยงาน ดังนี้
1) กรมส่งเสริมการเกษตร “โรงเรือนอัจฉริยะ ที่เหมาะสมสำหรับการขยายผลโรงเรียนและชุมชน”
2) กรมประมง “การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำด้วยชุดอุปกรณ์เพาะฟักแบบเคลื่อนที่ (Mobile Hatchery)”
3) กรมปศุสัตว์ “โมเดลการพัฒนาอาหารโปรตีนสำหรับเด็กในชนบท”
4) กรมพัฒนาที่ดิน “นวัตกรรมการอนุรักษ์ดินและน้ำ”
5) กรมอนามัย “แนวปฏิบัติด้านการจัดการสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล” และ “นวัตกรรม Smart Novice Program การปรับพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดความอ้วน ในสามเณรนักเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม”
6) กรมควบคุมโรค “นวัตกรรมแก้ไขปัญหาโรคหนอนพยาธิภายใต้โครงการ กพด.”
7) กรมสุขภาพจิต “การส่งเสริมและพัฒนาเด็กปฐมวัย และ การฟื้นฟูการศึกษาทางไกลสำหรับเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า”
8) กรมส่งเสริมสหกรณ์ “เสริมสร้างความรู้ผ่านสื่อออนไลน์ สู่จินตนาการสร้างสรรค์สหกรณ์นักเรียน”
9) กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ “ต้นกล้าบัญชีสู่วิถีพอเพียง ด้วยบัญชีอย่างง่าย Account Seedlings toward Sufficient Ways by Easy Acc.”
10) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) “การพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ในโรงเรียนโครงการพระราชดำริฯ”
11) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) “สวทช.กับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร”
ที่มา : โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี