อำเภอแม่สายจัดงาน "บวร ฮอมปอยผญ๋าเมืองโยนกนาคพันธุ์ ครั้งที่ 4" ร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

      เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ว่าที่ ร.ต.ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "บวร ฮอมปอยผญ๋าเมืองโยนกนาคพันธุ์ ครั้งที่ 4" ประจำปี 2567 ณ อุทยานเมืองโยนกนาคพันธุ์ บ้านดงป่าสัก ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย โดยมี นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย นายศุภชีพ มั่งคั่ง นายก อบต.บ้านด้าย นายสุขสันต์ เพ็งดิษฐ์ ผู้จัดการสำนักงาน อพท. ประจำ จ.เชียงราย นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ส.อบต.บ้านด้าย และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเปิด
     ภายในงานได้จัดพิธีเรียกขวัญ พิธีบวงสรวงสักการะขอพรองค์พญานาคราชทุกตระกูลมงคล พิธีอาบน้ำพระพุทธมนต์ใต้แสงจันทร์ บูชาเทียน ปล่อยโคมไฟ สะเดาะเคราะห์แก้ปีชง รับโชค เสริมดวงชะตา และสร้างทานบารมี แจกผ้าห่ม ข้าวสาร น้ำดื่มเป็นทาน จำนวน 777 ชุด นิทรรศการภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ของใช้พื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง ซอพื้นเมือง มวย รำวงการกุศล ปล่อยโคมไฟลอดห่วง การแสดงศิลปวัฒนธรรม และมหรสพอื่นๆ
     เรื่องราวของชุมชนในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำกก – แม่น้ำโขง ปรากฏอยู่ในตำนานหลายฉบับ ทั้งตำนานเมืองสุวรรณโคมคำ ตำนานสิงหนวัติ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน กล่าวไว้ว่า เทวกาล เจ้าผู้ครองเมืองนครไทยเทศในยูนนาน ได้ให้ราชบุตรแยกย้ายกันไปสร้างบ้านแปงเมือง สิงหนวัติกุมารจึงได้นำผู้คนอพยพมาสร้างเวียงขึ้นในเขตลุ่มแม่น้ำกก ตามตำนานระบุว่า พญานาค ได้มาช่วยสร้าง จึงเรียกชื่อเมืองแห่งนี้ว่า “นาคพันธุ์สิงหนวัติ” หรือ “เวียงโยนกนาคพันธุ์” มีกษัตริย์ปกครองต่อมาถึง 45 พระองค์ รวมถึงการขับไล่พวกขอมออกไปจากพื้นที่ จนในที่สุดเวียงโยนกนาคพันธุ์ก็ล่มสลายกลายเป็นหนองน้ำ เนื่องด้วยชาวเมืองไปจับปลาไหลเผือกตัวเท่าต้นตาลในแม่น้ำกก และแบ่งปันกันกินทั่วเมือง ตกกลางคืนเกิดฝนฟ้าคะนอง แผ่นดินไหวเมืองจึงล่มกลายเป็นหนองน้ำ กระทั่งปัจจุบันยังปรากฏหนองน้ำแห่งหนึ่งใกล้อำเภอเชียงแสนเรียกว่า เวียงหนองล่ม ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเดิมคือเวียงโยนกนาคพันธุ์ของพระเจ้าสิงหนวัติ บริเวณกลางหนองล่มมีเกาะเรียก ดอนแม่หม้าย ซึ่งพ้องตามตำนานที่ว่ามีแม่หม้ายรอดตายจากเมืองล่มอยู่เพียงลำพังคนเดียว เพราะไม่ได้ร่วมกินปลาไหลเผือกกับชาวเมืองคนอื่นๆ 
     หนองน้ำดังกล่าวชาวบ้านเชื่อว่ากลายเป็นทะเลสาบเชียงแสน แอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 1 ตร.กม. ในพื้นที่ตำบลโยนกก่อนถึงเมืองเชียงแสนประมาณ 5 กม. เป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำจืดและปลานานาชนิด ซึ่งชาวบ้านหากินเลี้ยงชีพมาแต่โบราณ ปัจจุบันพื้นที่ทะเลสาบเชียงแสนประมาณ 2,711 ไร่ แวดล้อมไปด้วยขุนเขาถูกประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย หรือ ทะเลสาบเชียงแสน เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2528 เนื่องจากมีการสำรวจพบว่าบริเวณนี้มีนกมากมายอาศัยอยู่ อาทิ นกท้องถิ่น นกอีโก้ง นกอีลุ้ม นกอีล้ำ ในช่วงฤดูหนาวทุกปี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปจะมีนกเป็ดน้ำจำนวนมาก อพยพมาจากทางตอนกลางของทวีปเอเชียมาอาศัยอยู่ รวมทั้งนกที่หายากในเมืองไทย เช่น นกเป็ดพม่า นกเป็ดผีใหญ่ นกกาน้ำใหญ่ นกกระสานวล และนกเป็ดแดง เป็นต้น


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar