วันนี้ 10 มกราคม 2568 เวลา 10.30 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะเลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับ
.
ในการนี้ องคมนตรีได้เชิญถุงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโครงการสืบสานพระราชปณิธานงานโครงการหลวง ไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง และสมาชิกเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ รวมจำนวน 92 คน เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ สนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ราษฎรบนพื้นที่สูง จากนั้นได้เป็นประธานประชุมติดตามการดำเนินงานและตรวจเยี่ยมพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง โดยมีนายขวัญชัย ติ๊บมูล หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง นำเสนอความก้าวหน้าของผลการดำเนินงาน
.
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง มูลนิธิโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 สถานที่ตั้งศูนย์อยู่บนเทือกเขาดอยผาหม่น แนวแบ่งเขตประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปัจจุบันได้พัฒนางานในมิติต่างๆ ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน 1 กลุ่มบ้าน 763 ครัวเรือน ประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง, เมี่ยน, จีนยูนนาน และคนเมือง ซึ่งประกอบอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก สามารถปลูกพืชผัก ไม้ผลและไม้ดอกเมืองหนาว รวมทั้งชา กาแฟ และสมุนไพร ภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย เช่น คอสสลัด บัตเตอร์เฮด พลับ พลัม พีช และกาแฟ มีพื้นที่ส่งเสริมกว่า 633 ไร่ สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่เกษตรกร โดยในปี 2567 สร้างรายได้มากกว่า 7.9 ล้านบาท นอกจากนั้นยังได้ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตและงานหัตถกรรมผ้าปักลายม้งโบราณที่มีสีสันสวยงาม ซึ่งมีการถ่ายทอดกันมานานกว่า 100 ปี โดยเฉพาะผ้าปักของชนเผ่าม้งบ้านศิลาแดง ที่ลวดลายเป็นลายก้นหอยและลายดอกไม้เป็นต้น
.
จากนั้นในช่วงบ่าย พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี พร้อมคณะฯเดินทางไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เชิญถุงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใน “โครงการสืบสานพระราชปณิธานงานโครงการหลวง” ไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง และสมาชิกเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 91 คน เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ สนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ราษฎรบนพื้นที่สูง โอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้แก่ผู้ปฏิบัติงานและราษฎรในพื้นที่ จากนั้นองคมนตรีได้เป็นประธานประชุมติดตามการดำเนินงานและตรวจเยี่ยมพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง โดยมีนายนิวัฒน์ ทุ่งเย็น หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง นำเสนอความก้าวหน้าของผลการดำเนินงานและเสนอผลตามข้อสั่งการ
.
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง มูลนิธิโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 เพื่อส่งเสริมอาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรรวมทั้งฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ดูแลครอบคลุม 11 หมู่บ้าน 1,982 ครัวเรือน ประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ, ม้ง, ขมุ และเมี่ยน ปัจจุบันดำเนินงานพัฒนาและส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ด้วยการเพาะปลูกพืชผักภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย มีพืชที่สร้างรายได้มากที่สุดคือ คะน้าฮ่องกง, เบบี้ฮ่องเต้, โอ๊คลีฟเขียว, ฟิลเล่ย์ไอซ์เบิร์ก, ผักกาดฮ่องเต้ก้านขาว, แตงกวาญี่ปุ่น, พลับฟูยู่, เมล่อนญี่ปุ่น และกาแฟ
.
นอกจากนี้ ได้ดำเนินการทดลองและวิจัยปลูกพืชเมืองหนาวที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด เช่น มันเทศญี่ปุ่นสีส้ม, พริกเม็กซิกัน และเมล่อนญี่ปุ่น เมื่อสำเร็จแล้วจะนำไปส่งเสริมให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ นอกจากนั้นยังได้ส่งเสริม ฟื้นฟู เพื่ออนุรักษ์งานหัตถกรรม เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น คือ งานจักสานตะกร้าหวาย และงานหัตถกรรมผ้าทอไทลื้อ สร้างความเข้มแข็งของคน ชุมชนและในโรงเรียน โดยให้เยาวชนเข้าไปเรียนรู้งานโครงการหลวงเพื่อปลูกผักเป็นอาหารกลางวันในโรงเรียน และส่งเสริมการปลูกป่าให้แก่ชาวบ้านตามแนวพระราชดำริ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง รวมทั้งการทำแนวป้องกันไฟป่า โดยในปี 2567 สามารถลดปริมาณจุด Hotspot ได้จำนวน 31 จุด คิดเป็นร้อยละ 58 เมื่อเทียบกับปี 2566
ที่มา สปชส.จ.เชียงราย