วันนี้ (4 มกราคม 2569) นพ.เอกชัย คำลือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมการสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ณ ห้องประชุมอูหลง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ซึ่งยังคงบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องตามมาตรการ ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเชียงราย.
โดยที่ประชุมได้รายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ประจำวันที่ 3 มกราคม 2569 พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษา (Admit) 2 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย สาเหตุหลักมาจากการขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย การดื่มแล้วขับ และทัศนวิสัยไม่ดี ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือรถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่.
สำหรับสถิติสะสม 5 วัน ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 3 มกราคม 2569 พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 38 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 34 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย.
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุและการเสียชีวิต พร้อมทบทวนมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและการเสียชีวิต ได้แก่ การขับรถเร็ว การไม่สวมหมวกนิรภัย และการดื่มแล้วขับ ซึ่งพบว่าการตั้งด่านตรวจและด่านชุมชนมีบทบาทสำคัญในการลดพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการขับขี่ขณะมึนเมา เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สถิติอุบัติเหตุของจังหวัดเชียงรายลดลงอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง บังคับใช้กฎหมายเข้มข้นต่อเนื่อง.
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและการเสียชีวิต มาจากการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็วและการไม่สวมหมวกนิรภัย จังหวัดเชียงรายจึงเน้นการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะมาตรการเมาแล้วขับ การใช้ความเร็วเกินกำหนด การไม่สวมหมวกนิรภัย และการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับรถ ควบคู่กับการดำเนินมาตรการด่านชุมชนอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดกั้นและป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่ ลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในช่วงการเดินทางกลับของประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบรถขนส่งสาธารณะ การตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นแก่ประชาชนตลอดช่วงเทศกาล ถึงแม้การเกิดอุบัติเหตุลดลงหากเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องเข้มงวดกวดขันตลอดช่วงเทศกาล