
วันนี้ (7 มี.ค.67) ที่ห้องประชุม โรงแรมน้ำโขง ริเวอร์ไซด์ อ.เชียงของ นายสุรสิทธิ์ ปุสุรินทร์คำ ประธานสภาลมหายใจจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) อ.เชียงของ อ.เชียงแสน อ.เวียงแก่น ได้จัดเวทีเสวนา "ลมหายใจไทย - ลาว เผาไม่เผาเราเลือกอะไร" เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน รวมถึงแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ตามแนวชายแดนไทย - ลาว โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนา ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายอำเภอเชียงแสน นายอำเภอเชียงของ นายอำเภอเวียงแก่น เจ้าเมืองต้นผึ้ง เจ้าเมืองห้วยทราย และเจ้าเมืองปากทา จาก สปป.ลาว เพื่อยกระดับความร่วมมือในการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตรอยต่อชายแดนไทย – ลาว โดยเฉพาะในเขตจังหวัดเชียงราย และแขวงบ่อแก้ว ของ สปป.ลาว มีการทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับปัญหาไฟป่าและหมอกควัน รวมถึงวิธีการแก้ปัญหา การรับมือกับฝุ่น PM2.5 และการแบ่งปันนวัตกรรมการจัดการฝุ่น PM2.5 จากองค์กรภาควิชาการ โดยมุ่งหวังสร้างเสริมความร่วมมือที่ดีในการจัดการปัญหาไฟป่าหมอกควันตามชายแดนของทั้งสองประเทศ
นายสุรสิทธิ์ ปุสุรินทร์คำ ประธานสภาลมหายใจจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตั้งแต่ ปี 2550 เป็นต้นมา พื้นที่ภาคเหนือตอนบนประสบกับวิกฤตมลพิษอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นประจำทุกปี มาก- น้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในพื่นที่ ตามภาวการณ์ลานีญา/เอลนีโญ ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาภูมิอากาศ และขนาดของแหล่งกำเนิดมลพิษ คือการเผาในที่โล่งทั้งในและนอกประเทศ การควบคุมหรือบริหารการเผาในที่โล่งที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาหมอกควันขนาดเล็ก จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในและนอกประเทศ เพราะเนื่องจากหมอกควันที่เกิดจากการเผาในพื้นที่ป่าไม้ หรือแปลงเกษตร จะส่งผลต่อความเข้มข้นของค่าฝุ่นโดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกิดขึ้นและลอยอยู่ในอากาศไม่จำกัดพื้นที่กระจายไปอย่างกว้างขวาง มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งในและนอกพื้นที่โดยตรง สำหรับแนวทางในการจัดการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันข้ามแดน ระหว่างประเทศไทย บริเวณชายแดนจังหวัดเชียงราย และแขวงบ่อแก้ว ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีเป็นพื้นฐาน มีความร่วมมือที่ดีในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง สภาลมหายใจจังหวัดเชียงรายจึงถือโอกาสนี้ จัดโครงการยกระดับความร่วมมือในการจัดการปัญหาไฟป่าหมอกควันตามชายแดนไทย – ลาว ร่วมกันขึ้น ในรูปแบบการเสวนา แลกเปลี่ยน และหาทางออกร่วมกันป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นควันขนาดเล็กPM2.5 ที่เกิดในห้วงเวลานี้ เพื่อให้สอดคล้องกับบันทึกการประชุมของคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนไทย - ลาว ระหว่างจังหวัดเชียงรายกับแขวงบ่อแก้ว ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 10 – 11 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา
นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ประเทศไทย และ สปป.ลาว ได้ตระหนักถึงปัญหาไฟป่าหมอกควันและ ฝุ่น PM2.5 และมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาเช่นเดียวกัน โดยจังหวัดเชียงราย ได้ประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2567 แต่ต้องเฝ้าระวังช่วงกลางเดือนมีนาคม - กลางเดือนเมษายน ภาพรวมขณะนี้ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีระดับหนึ่ง วันนี้ถือเป็นความร่วมมือทั้งประเทศที่จะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายขอบเพื่อลมหายใจของพี่น้องทั้งสองประเทศต่อไป
นอกจากการเสวนาแล้ว ได้มีการมอบเครื่องฟอกอากาศ หน้ากากอนามัย ให้กับนายอำเภอเชียงแสน นายอำเภอเชียงของ นายอำเภอเวียงแก่น เจ้าเมืองต้นผึ้ง เจ้าเมืองห้วยทราย และเจ้าเมืองปากทา การจัดแสดงนวัตกรรมการจัดการกับปัญหาฝุ่นควันขนาดเล็ก จากสถาบันวิจัยนวัตกรรมสุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการห้องเรียนสู้ฝุ่น เยาวชนรักษ์น้ำของวิทยาลัยอาชีวะเชียงราย ด้วย